ลูกชายวัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน
ลูกชายวัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน

ลูกชายวัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน
ลูกสาวเปิดตู้เซฟหลังแม่จากไป ก่อนพบความจริงที่คาดไม่ถึง
ลูกชายวัย 68 ปี เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน ไม่เหมือนที่คิดไว้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจภายในครอบครัว โดยเว็บไซต์ THE GOLD ONLINE รายงานเรื่องราวของ “คาซูโอะ” (นามแฝง) ชายโสดวัย 68 ปี ที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองของกรุงโตเกียว ซึ่งต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายหลังจากมารดาวัย 90 ปีเสียชีวิตลง
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา คาซูโอะ ไม่มีงานทำที่เป็นหลักแหล่ง เขามีรายได้จากเงินบำนาญเพียงเดือนละประมาณ 60,000 เยน (ประมาณ 14,000 บาท) ซึ่งเขาใช้เงินจำนวนนี้ไปกับการติดตามศิลปินที่ชื่นชอบและการทำกิจกรรมเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภค รวมถึงงานบ้านและการซื้อของสด เป็นหน้าที่ของมารดาวัยชรามาโดยตลอด

ความจริงที่ถูกเปิดเผยเมื่อเสาหลักของบ้านจากไป
คาซูโอะ ยอมรับว่าเขาเคยชินกับการมีมารดาเป็นที่พึ่งพาสูงสุด และมักคิดเสมอว่าแม่จะเป็นกองหนุนให้เขาได้ตลอดไป แม้มารดาจะเคยเอ่ยปากขอให้เขาช่วยหยิบจับงานบ้านหรือร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบ้าง แต่เขากลับเลือกที่จะเพิกเฉย จนกระทั่งมารดาล้มป่วยและเสียชีวิตในที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพ คาซูโอะ คาดหวังว่าจะได้รับมรดกเป็นเงินออมจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่เมื่อเขาเปิดตู้เซฟและตรวจสอบสมุดบัญชีธนาคาร กลับพบความจริงที่น่าตกใจ ดังนี้
เงินฝากสะสมของมารดาลดน้อยลงจนเกือบหมดสิ้น เนื่องจากการแบกรับค่าใช้จ่ายของคนสองคนมานานหลายทศวรรษ
มีรายการหนี้สินค้างชำระจำนวนมาก ทั้งภาษีทรัพย์สินส่วนบุคคล ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา
รายได้จากบำนาญของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐานและการดำรงชีวิต
วิกฤตการเงินและทางตันของสวัสดิการรัฐ

ในขณะนี้ คาซูโอะ ตกอยู่ในสภาวะวิตกกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับอนาคต เขาได้พยายามขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับ เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ (Seikatsu Hogo) แต่เนื่องจากเขายังมีชื่อเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่จึงระบุว่าต้องมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อขายหรือแปลงเป็นทุนก่อน ทำให้เขาไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือได้ทันที
ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ในญี่ปุ่นระบุว่า กรณีของ “การพึ่งพาแฝง” (Implicit Dependence) เช่นนี้ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างการพึ่งพาตนเองกับการพึ่งพาครอบครัวมากเกินไปเริ่มเลือนราง ปัญหามักปะทุขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเสาหลักของบ้านจากไป
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การวางแผนทางการเงิน การเตรียมตัวสำหรับวัยเกษียณ และการแบ่งเบาภาระภายในครอบครัว เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อไม่ให้ความหวังในมรดก กลายเป็นความผิดหวังเมื่อความจริงถูกเปิดเผย
- ตะคริวตอนกลางคืนบ่อย? อย่านิ่งนอนใจ! อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ
- สลด รอง ผบ.ร้อย ทพ.4511 ลงมือเองดับคาห้องพักในค่ายที่นราธิวาส…ดูเพิ่มเติม!!!.