โยนทิ้งด่วน! อาหารเสริมมรณะ ผสมไซบูทรามีนส่งขายออนไลน์
โยนทิ้งด่วน! อาหารเสริมมรณะ ผสมไซบูทรามีนส่งขายออนไลน์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการ คุ้มครองผู้บริโภค โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร โดย นพ.พรพัฒน์ ภูนากลม ร่วมปฏิบัติการ ระดมกวาดล้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอ้วนผสมไซบูทรามีน

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากปรากฏข่าวกรณีการเสียชีวิตของผู้บริโภค หลังจากซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับลดน้ำหนักยี่ห้อ บาชิ (Baschi) จากแพลตฟอร์มออนไลน์มารับประทาน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขสารบบอาหาร(อย.) และเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยประกาศเตือนภัย เนื่องจากตรวจพบการลักลอบผสมวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 (ไซบูทรามีน) ในผลิตภัณฑ์

ซึ่งเมื่อรับประทานแล้ว อาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง ในกรณีผู้มีโรคประจำตัวอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จึงมีการเฝ้าระวังกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยตลอด
ต่อมาในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สสจ.สกลนคร ขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักผสมไซบูทรามีนยี่ห้อดังกล่าว ในพื้นที่ จ.สกลนคร และ จ.นนทบุรี รวม 4 จุด ดังนี้เวลาและปฏิทิน

1. สถานที่ระบุผู้ส่งหน้ากล่องพัสดุที่ส่งสินค้า ที่มีประชาชนซื้อไปบริโภคและเสียชีวิต ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร โดยใช้อำนาจหมายค้นศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ค.52/2569 เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว
2. ขนส่งเอกชน ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ผลการตรวจสอบพบ พัสดุตีกลับที่อยู่เดียวกับหน้ากล่องพัสดุที่มีประชาชนซื้อไปบริโภคและเสียชีวิต ภายในกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยี่ห้อ Baschi รวมจำนวน 15 กระปุก
จากการสืบสวนขยายผลพบว่า พัสดุที่ถูกตีกลับเป็นของร้านค้าออนไลน์ชื่อ “บาชิ บาชิ บาชิ” ของแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ผู้เสียชีวิตได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Baschi
3. สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งร้านค้าออนไลน์ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.9 ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร โดยใช้อำนาจหมายค้นศาลจังหวัดสกลนคร ที่ ค.53/2569

ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และชาวหมู่เกาะแปซิฟิก
4. บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อำนาจหมายค้นศาลแขวงนนทบุรี ที่ 84/2569 ในการเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยี่ห้อ Baschi จำนวน 3 กระปุก รวมตรวจค้น 4 จุด ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยี่ห้อ Baschi รวม 18 กระปุก นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ อย. ได้เก็บตัวอย่างของกลางส่งตรวจวิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขเพื่อยืนยันอีกครั้ง หากตรวจพบสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป อนึ่ง หากสืบสวนเพิ่มเติม พบความเชื่อมโยงถึงเครือข่ายผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรายอื่น ๆ จะได้ดำเนินการขยายผลถึงผู้ที่มี

เบื้องต้นการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นความผิดดังนี้
1. กรณีพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีส่วนผสมสารไซบูทรามีน จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ฐาน “จำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 โดยกระทำเพื่อการค้า” โทษตามมาตรา 149 วรรคสอง (1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,500,000 บาทสกุลเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
2. กรณีพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีส่วนผสมของยาแผนปัจจุบัน หรือมีการผสมสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์ จะเป็นความผิด ฐาน “จำหน่ายอาหารที่ไม่บริสุทธิ์” ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 25(1) โทษตามมาตรา 58 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ในส่วนผลิตภัณฑ์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 6(10) ฐาน “จำหน่ายอาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่าขอย้ำเตือนผู้บริโภคว่า ก่อนการเลือกซื้อ หรือเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ใด ขอให้ตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตและข้อมูลการแจ้งเตือนภัยจาก อย. ทุกครั้ง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 จัดเป็นผลิตภัณฑ์อันตราย ร้ายแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีกลไกกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่อยากอาหาร มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ ตาพร่ามัว ความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หากรับประทานเข้าไปหรือได้รับในปริมาณมาก จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต

เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า อย. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบูรณาการกับตำรวจ บก.ปคบ. ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย และประสาน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกแห่ง ให้เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น และนำสินค้าผิดกฎหมายออกจากระบบทันที หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์อันตรายหรือโฆษณาเกินจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สงสัยว่าไม่ปลอดภัย หรือได้รับอันตรายจากการบริโภค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556, Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่าระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับลดน้ำหนัก ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ อาจมีผู้ประกอบการที่ลักลอบใส่สารไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภคว่าสามารถช่วยลดน้ำหนัก ทำให้ผู้บริโภคไปหลงเชื่อโฆษณาหลอกลวงซื้อมารับประทาน แล้วได้รับผลข้างเคียงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะสุขภาพที่ดีต้องประกอบด้วยการรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และขอเน้นย้ำว่าไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ผู้ที่ลักลอบนำมาผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา