ช็อกทั้งคลอง! ล่าปลาหมอคางดำรอบล่าสุด จับได้ไม่ถึง 5 กก.
ช็อกทั้งคลอง! ล่าปลาหมอคางดำรอบล่าสุด จับได้ไม่ถึง 5 กก.

อบต.แหลมกลัด จ.ตราด ผนึกกำลังประมงจังหวัด จัดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ” ระดมชาวบ้านและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมจับปลาหมอคางดำในคลองท่าน้ำ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณคลองนา ซอย 2 บ้านแหลมกลัด ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด นางหฤทัย เพ่งประถม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมกลัด พร้อมด้วยนายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด ร่วมเปิดกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ” หลังพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำพื้นที่ตำบลแหลมกลัด โดยเฉพาะบริเวณคลองท่าน้ำ หมู่ 2
ก่อนหน้านี้ อบต.แหลมกลัดได้ดำเนินการรณรงค์จับปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบปลาชนิดดังกล่าวหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ จึงร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตราดจัดกิจกรรมรณรงค์กำจัดปลาหมอคางดำอีกครั้ง เพื่อลดจำนวนประชากรปลาและป้องกันการแพร่พันธุ์เพิ่มเติม

นางหฤทัย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำของชุมชน โดย อบต.แหลมกลัดรับซื้อปลาหมอคางดำในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม และจัดการแข่งขันชิงรางวัลสำหรับผู้ที่จับปลาได้มากที่สุด โดยรางวัลชนะเลิศ 2,000 บาท อันดับ 2 จำนวน 1,000 บาท และอันดับ 3 จำนวน 500 บาท
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีชาวประมงและประชาชนในพื้นที่สมัครเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 12 คน รวมถึงนายศุภกิต จันทเสนสกุล อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของเพจ “วิถีพื้นบ้าน” ที่มีผู้ติดตามกว่า 580,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์การรณรงค์ครั้งนี้ด้วย
ผู้เข้าร่วมแข่งขันใช้เครื่องมือจับปลาหลากหลายประเภท ทั้งสวิง แห และอวน โดยแหได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประมงจังหวัดตราด หลังจากถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก นายก อบต.แหลมกลัดได้ปล่อยตัวผู้เข้าแข่งขันลงจับปลาหมอคางดำในคลองท่าน้ำตามความถนัด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ผลการแข่งขันสามารถจับปลาหมอคางดำได้รวมประมาณ 5 กิโลกรัม โดยผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นายจักรพล เรืองนาม จับปลาได้ 1.80 กิโลกรัม อันดับ 2 นายชนะสิทธิ์ ตะพองมาตร ได้ 1.60 กิโลกรัม และอันดับ 3 นายทัศนัย เหมเวช ได้ 1.25 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถจับปลาชนิดอื่น ๆ ได้อีกจำนวนหนึ่ง

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางรายเปิดเผยว่า ปลาหมอคางดำที่พบในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นปลาไซซ์เล็ก ขณะที่ปลาขนาดใหญ่คาดว่าเคลื่อนย้ายไปตามกระแสน้ำในช่วงน้ำลง อีกทั้งแหที่มีขนาดตาแหใหญ่ประมาณ 4 เซนติเมตร ทำให้ปลาหลุดรอดได้ง่าย ต่างจากแหที่มีขนาดตาแหเล็กกว่าซึ่งสามารถจับปลาได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
นอกจากนี้ ยังพบว่าปลาหมอคางดำที่จับได้มีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าเป็นประชากรรุ่นที่ 3 หรือ 4 นับจากการพบปลาหมอคางดำครั้งแรกในพื้นที่เมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากปลาชนิดนี้มีวงจรชีวิตประมาณ 3-4 เดือน โดยนักวิชาการประมงตรวจพบไข่ปลาจำนวนมากอยู่ภายในปากของปลา สะท้อนถึงความสามารถในการขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
นางหฤทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า การรณรงค์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 หลังจากพบปลาหมอคางดำในคลองท่าน้ำ ซึ่งผลการดำเนินงานพบว่าจำนวนปลาและขนาดปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ พร้อมเชื่อมั่นว่าหากดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะสามารถควบคุมและกำจัดปลาชนิดนี้ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ ชาวประมงในพื้นที่ยังนำปลาหมอคางดำไปใช้เป็นเหยื่อล่อปลา และนำมาประกอบอาหาร โดยหลังจบกิจกรรมมีการนำปลาที่จับได้มาปรุงเป็นเมนู “ปลาหมอคางดำทอดกรอบ” และ “แกงส้มปลาหมอคางดำ” เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่จับได้

ด้านนายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จังหวัดตราดพบปลาหมอคางดำครั้งแรกในปี 2568 จำนวน 1 ตัว ต่อมาพบเพิ่มอีก 3 ตัว และในเดือนมีนาคม 2569 พบเพิ่มเป็น 23 ตัว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว จึงเร่งดำเนินมาตรการควบคุมทันที
สำหรับการรณรงค์จับปลาหมอคางดำที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สามารถจับปลาได้กว่า 80 กิโลกรัม ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จับได้ประมาณ 7 กิโลกรัม และในครั้งนี้จับได้ไม่ถึง 5 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่าปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมาตรการกำจัดเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ประมงจังหวัดตราดยังได้จัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครประจำหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังและรายงานการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดไปยังแหล่งน้ำอื่น ขณะที่ศูนย์วิจัยประมงชายฝั่งจังหวัดตราดได้สำรวจแหล่งน้ำจืด ทั้งแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำในจังหวัดแล้ว ยังไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำเพิ่มเติมแต่อย่างใด