กระเป๋าตัง

อดีตรูมเมทเล่าหนังคนละม้วน คดีลูกจ้างสาวร้องเรียนโดนนายจ้างทำร้าย จับขัง

จากกรณีลูกจ้างแฉนายจ้าง ว่าถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายและจับขังไว้ในที่พักจนต้องหนีออกมาขอความช่วยเหลือ ต่อมาด้านนายจ้างออกมาชี้แจงบริสุทธิ์ พร้อมเล่าว่าลูกจ้างรายนี้คือ น.ส.หมิว ก่อเหตุลักทรัพย์จนตนไล่ออกจากงานและไม่ได้กระทำตามที่ น.ส.หมิว ออกมากล่าวอ้างร้องเรียน ล่าสุด อดีตเพื่อนร่วมงานของน.ส.หมิว ได้ออกมาให้การยืนยันความบริสุทธิ์ของฝั่งนายจ้าง


ล่าสุด วันที่ 25 ตุลาคม 2566 น.ส.ปอน (สงวนนามสกุล) อดีตเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมห้องพักกับน.ส.หมิว ได้เดินทางมาบอกเล่าพฤติกรรมของน.ส.หมิว และยืนยันความบริสุทธิ์ของอดีตนายจ้าง ว่า น.ส.หมิวมีนิสัยชอบโกหกอยู่แล้ว ตอนที่คนเองทำงานอยู่ที่นี่ได้พักอาศัยอยู่ห้องพักเดียวกัน ซึ่งตั้งแต่ตอนน.ส.หมิวตั้งท้อง ตนเองกับอดีตนายจ้างก็ช่วยกันดูแลน.ส.หมิวมาตลอดอย่างดี จนกระทั่งคลอดลูกเจ้าหน้าที่ก็ได้เข้ามาประเมินสภาพความเป็นอยู่ ผลออกมาคือไม่มีความสามารถในการเลี้ยงดู ทางมูลนิธิจึงรับตัวเด็กไปดูแลไม่ใช่นายจ้างส่งตัวไป และที่ผ่านมาทางมูลนิธิก็ได้มีการส่งรูปภาพและส่งข้อมูลของเด็กมาให้ตลอด

ซึ่งตลอดเวลาที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันกับน.ส.หมิว พบว่ามีพฤติกรรมชอบออกไปข้างนอกเวลากลางคืนครั้งละ2-3ช.ม. ส่วนเรื่องการขโมยของตนเองเห็นน.ส.หมิวชอบลักเล็กขโมยน้อย โดยเป็นการขโมยวัตถุดิบและขโมยของเหลือจากลูกค้า ซึ่งนายจ้างก็ตักเตือนเป็นประจำ ส่วนที่น.ส.หมิวอ้างว่ากินแต่ไข่ต้ม ไม่เป็นความจริง เพราะหากอยากจะใช้วัตถุดิบทำอะไรกิน สามารถขอจากนายจ้างได้

ยืนยันว่าไม่เคยเห็นการทำร้ายร่างกายตลอดระยะเวลาที่ตนทำงาน ส่วนกับตนเองยอมรัยว่าเคยมีปากเสียงกันบ้าง แต่ครั้งที่หนักสุดคือน.ส.หมิวกล่าวหาตนเองว่าไปเป็นเมียน้อยคนอื่น ทำให้เกิดลงไม้ลงมือทะเลาะตบตีกันเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งมีภาพวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้


ส่วนเรื่องการจ้างงานยืนยันว่าอดีตนายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามปกติ ตรงเวลา และมีการส่งประกันสังคมเหมือนระบบการว่าจ้างงานทั่วไป

ทั้งนี้แม้ที่ผ่านมาตนเองจะเคยมีปัญหากับนายจ้างจนต้องออกจากงาน แต่การออกมายืนยันในครั้งนี้ เพียงต้องการเปิดโปงพฤติกรรมของนางสาวหมิว

ขณะที่ร้านค้าใกล้เคียงที่เคยถูกน.ส.หมิวขโมยอาหาร ให้ข้อมูลสั้นๆว่า น.ส.หมิวเคยมาขโมยอาหารในร้านหลายครั้ง แต่ก็ไม่เอาเรื่องอะไรเพราะเห็นว่าเป็นเด็กที่ไม่มี เพียงแต่ตักเตือนว่าให้ปิดตู้เย็นให้สนิทป้องกันอาหารเสียเท่านั้น ทั้งนี้ตนเองไม่อยากให้ข้อมูลอะไรมาก เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง และไม่ทราบว่าใครถูกกระทำ “ที่ผ่านมาจากการดูพฤติกรรม ทั้งนายจ้างและลูกจ้างก็มีนิสัยพอๆกัน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *