เพราะความมักง่าย! กลับรถตัดหน้าไม่สนเพื่อนร่วมทาง ทำชนกัน 4 คัน ดับสลด 1 เจ็บอีก 7
เพราะความมักง่าย! กลับรถตัดหน้าไม่สนเพื่อนร่วมทาง ทำชนกัน 4 คัน ดับสลด 1 เจ็บอีก 7 ตำรวจเร่งตามตัวมาดำเนินคดี เผยนาทีสลดเห็นคาตา แม่ลูกลอยออกนอกรถ

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 2 ม.ค.67 ร.ต.อ.ปรัชญา มณีสว่าง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 4 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนสายกาญจนบุรี-บ่อพลอย ช่วงกิโลเมตรที่ 23 หมู่ 5 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมบ่อพลอยร่วมใจ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.บ่อพลอย เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ สีขาว ทะเบียน กบ 9451 กาญจนบุรี ถูกชนจากด้านหน้าอย่างแรงจนพังยับเยิน ประตูฝั่งผู้โดยสารถูกแรงกระแทกจนกระจกแตก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน ทราบชื่อคือ น.ศ.วิภาวรรณ อาจคงหาญ อายุ 37 ปี
ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน 4กช 3787 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ามีร่องรอยการชนจนพังยับเยิน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บในรถทั้ง 2 คัน ประกอบด้วย นายสุขวัฒน์ สืบอินทร์ อายุ 27 ปี คนขับกระบะ สีขาว พร้อมด้วยลูกชาย อายุ 7 ปี และ ลูกสาวอายุ 4 ปี, นายสน แสงศรี อายุ 50 ปี คนขับรถเก๋ง และผู้โดยสารในรถเป็นหญิงอีก 3 คน รวมผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
นอกจากนี้ยังมีรถได้รับความเสียหายอีก 2 คัน เป็นรถกระบะ สีน้ำเงิน มีร่องรอยถูกชนที่ด้านข้างรถฝั่งคนขับเสียหายทั้งแถบ และรถ 6 ล้อ บรรทุกน้ำแข็ง มีร่องรอยการชนที่ด้านหน้ารถฝั่งคนขับและรอยกระแทกอย่างแรงที่ใต้ท้องรถ

จากการสอบถาม นายเพชรรัตน์ บัวกลิ่น อายุ 21 ปี คนขับรถกระบะ สีน้ำเงิน ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถมาจาก อ.บ่อพลอย มุ่งหน้าไปตัวเมืองกาญจนบุรี โดยขับรถตามหลังรถกระบะ สีขาว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนสองเลนสวน รถกระบะสีขาวที่ขับนำหน้าตนอยู่เบรกอย่างกะทันหัน เพราะมีรถที่อยู่ด้านหน้าพยายามเลี้ยวข้ามฝั่งอย่างกะทันหัน จนรถเสียหลักข้ามไปชนกับรถเก๋งสีดำที่ขับสวนมา จนรถกระบะสีขาว หมุนคว้างมาฟาดกับรถของตน ทำให้ผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่เบาะหน้าของรถกระบะและลูกสาวคนเล็ก กระเด็นออกมาจากตัวรถ
โดยลูกสาวคนเล็กโชคดีที่กระเด็นไปตกอยู่ริมถนน แต่ผู้เสียชีวิตกระเด็นมาตกกลางถนนและถูกรถหกล้อที่ขับตามรถรถเก๋งสีดำ ทับร่างอย่างจังจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนรถของตนก็เสียหลักไปฟาดกับป้ายของ อบต.หนองกุ่ม จึงไม่ตกข้างทางและรอดชีวิตมาได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำของคนขับรถกระบะ และคนขับรถเก๋งสีดำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหารถคันต้นเหตุที่เลี้ยวข้ามฝั่งอย่างกะทันหัน และเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุหมู่ในครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป