ดาราสาวชื่อดัง อดีตสามีโกงหมดตัว เริ่มต้นอาชีพใหม่ ขับแท็กซี่เลี้ยงลูก-ดูแลพ่อป่วยมะเร็ง

จากนักแสดงสาวที่เคยมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ สู่การตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพใหม่ในฐานะคนขับแท็กซี่ เรื่องราวของจองกาอึน นักแสดงหญิงวัย 46 ปี กำลังได้รับความสนใจ หลังเธอเปิดเผยผ่านช่อง YouTube Wonder Ka Eun ว่ากำลังเตรียมตัวสอบใบอนุญาตขับรถแท็กซี่ และตั้งใจจะทำงานในอาชีพนี้เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงสำหรับตัวเองและลูกสาว หลังชีวิตครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหาครั้งใหญ่จากคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับอดีตสามี

ระหว่างพูดคุยเกี่ยวกับการทำงานขับแท็กซี่ จองกาอึนยังเปิดเผยถึงเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้เธอสนใจอาชีพนี้เป็นพิเศษ นั่นคือความผูกพันกับพ่อของเธอ ซึ่งเคยทำงานเป็นคนขับแท็กซี่เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี อาชีพดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ เพราะเธอเติบโตมาโดยเห็นพ่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขับรถรับส่งผู้โดยสาร

สำหรับจองกาอึน การขับแท็กซี่จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนงาน เพราะเป็นการเดินตามเส้นทางอาชีพที่พ่อเคยทำมานานหลายสิบปี เธอต้องการให้พ่อได้เห็นว่าเธอสามารถเรียนรู้และทำงานในอาชีพเดียวกันได้ แม้จะเป็นการเริ่มต้นในช่วงวัยที่หลายคนอาจมองว่าควรมีอาชีพที่มั่นคงอยู่แล้วก็ตาม
นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากอาชีพคนขับแท็กซี่ โดยระบุว่าหากขยันทำงานและบริหารเวลาได้ดี รายได้อาจสูงถึง 10 ล้านวอนต่อเดือน หรือประมาณ 270,000 บาท เธอมองว่าอาชีพนี้มีโอกาสสร้างรายได้ที่น่าสนใจ และอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่าการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งด้วยซ้ำ
จองกาอึนเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการเป็นนางแบบ ก่อนจะเข้าประกวดเวทีนางงามและได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 ในการประกวดมิสเกาหลี จังหวัดคยองนัม เมื่อปี 2001 หลังจากนั้นเธอจึงก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเกาหลีใต้ และทำงานในฐานะนักแสดงมาอย่างต่อเนื่อง
เส้นทางอาชีพของเธอเริ่มต้นจากงานด้านการถ่ายแบบและการประกวดความงาม ก่อนจะขยายไปสู่การทำงานด้านการแสดงและรายการบันเทิง การมีชื่อเสียงในวงการทำให้เธอสามารถสร้างผลงานและมีรายได้จากอาชีพที่เลือก แต่ชีวิตส่วนตัวกลับต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อเธอตัดสินใจแต่งงานในปี 2016 และมีลูกสาวหนึ่งคน
ในช่วงแรก การแต่งงานเป็นการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวอีกบทหนึ่ง แต่ต่อมาเธอกลับพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการกระทำของสามี จนในปี 2018 เธอตัดสินใจฟ้องหย่า หลังพบว่าสามีนำชื่อของเธอไปเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ความตั้งใจที่จะให้พ่อเป็นผู้โดยสารคนแรกก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การเริ่มต้นครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นการเดินตามรอยอาชีพของพ่อแล้ว ยังเป็นโอกาสที่เธออยากมอบให้คนในครอบครัวได้เห็นความสำเร็จของเธอด้วย
แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังมีความท้าทาย ทั้งการสอบใบอนุญาต การเริ่มทำงาน และการปรับตัวเข้ากับอาชีพใหม่ แต่จองกาอึนกำลังพยายามก้าวไปทีละขั้น เรื่องราวของเธอจึงไม่ได้มีเพียงประเด็นคดีฉ้อโกงและปัญหาชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการพยายามกลับมายืนด้วยตัวเอง หลังต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเลือกเดินหน้าต่อเพื่อดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด