ผักต้านมะเร็งที่สหรัฐฯ ยกย่องว่าดีที่สุดในโลก เมือง ไทยมีขายเกลื่อนตลาด
ผักต้านมะเร็งที่สหรัฐฯ ยกย่องว่าดีที่สุดในโลก เมือง ไทยมีขายเกลื่อนตลาด

ผักต้านมะเร็งที่สหรัฐฯ ยกย่องว่าดีที่สุดในโลก คนไทยหาซื้อได้ง่ายตามตลาด
ผักชนิดนี้อุดมด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ จนได้รับความสนใจทั่วโลก

หลายคนอาจเดินผ่านผักชนิดนี้ในตลาดโดยไม่เคยสังเกต แต่รู้หรือไม่ว่า วอเตอร์เครส (Watercress) หรือผักน้ำ ถูกจัดให้เป็นผักที่มีความหนาแน่นของสารอาหารสูงที่สุดในการจัดอันดับของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) จากการประเมินสารอาหารสำคัญ 17 ชนิดต่อปริมาณแคลอรี

วอเตอร์เครสเป็นพืชในตระกูลเดียวกับบรอกโคลี กะหล่ำปลี และคะน้า อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค โฟเลต แคลเซียม โพแทสเซียม รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและสารกลูโคซิโนเลต ซึ่งเมื่อผ่านการเคี้ยวหรือย่อย จะเปลี่ยนเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่กำลังได้รับความสนใจจากนักวิจัยด้านโภชนาการและมะเร็ง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่มีผักชนิดใดสามารถป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็งได้เพียงลำพัง การรับประทานผักตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่สมดุลและวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ

7
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า สารไอโซไทโอไซยาเนตและสารต้านอนุมูลอิสระในวอเตอร์เครสอาจช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และสนับสนุนสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
ข้อดีอีกประการคือ วอเตอร์เครสให้พลังงานต่ำมาก แต่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถนำมารับประทานสดในสลัด ใส่แซนด์วิช ลวกพอสุก ผัดไฟอ่อน หรือใส่ในซุปก็ได้ ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับปลา ไก่ และไข่
แม้วอเตอร์เครสจะมีประโยชน์ แต่ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณการรับประทานอย่างมาก เนื่องจากผักชนิดนี้มีวิตามินเคสูง ซึ่งอาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาได้

5
ในประเทศไทย วอเตอร์เครสสามารถพบได้ตามตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านจำหน่ายผักปลอดสารพิษหลายแห่ง แม้จะไม่ได้เป็นผักพื้นบ้านที่ทุกครัวเรือนคุ้นเคย แต่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะมีรสชาติกรุบกรอบและเผ็ดอ่อน ๆ รับประทานได้หลากหลายเมนู
การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกิน “ซูเปอร์ฟู้ด” เพียงชนิดเดียว แต่ควรรับประทานผักและผลไม้หลากสีให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เมื่อผสานพฤติกรรมเหล่านี้เข้าด้วยกัน จึงจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพในระยะยาวได้อย่างแท้จริง